โรคธาลัสซีเมียป้องกันได้

5 โพสต์ หน้า 1 จากทั้งหมด 1
   Guest    พฤหัสฯ. 19 ก.พ. 2009 6:24 pm
เจลว่านหางจระเข้ เจลแต้มสิว พรีม่าคอส Premacos Aloe Vera Plus Anti Acne Gel
บทความน่าอ่าน...
โรคธาลัสซีเมียป้องกันได้
โดย ศ.นพ.สุทัศน์ ฟู่เจริญ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2545
รศ.ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ปี 2535
มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์

ธาลัสซีเมียเป็นโรคซีดที่เกิดจากความผิดปกติของยีน ทำให้การสร้างสารฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงลดลง และเม็ดเลือดแดงแตกง่าย โรคธาลัสซีเมียมีหลายชนิด ผู้ป่วยจะมีอาการซีดรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของโรค ผู้ป่วยบางคนมีอาการซีดมากและเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ผู้ป่วยบางรายแสดงอาการซีดหลังคลอดหรือภายในขวบปีแรก จึงจำเป็นต้องได้รับเลือดทุก 3-4 สัปดาห์ เพื่อทดแทนเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยซึ่งแตกง่าย

เลือดของคนปกติประกอบด้วยส่วนที่เป็นเม็ดเลือดและน้ำเหลืองที่เรียกว่า พลาสม่า เม็ดเลือด ประกอบด้วย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่เป็นตัวนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยอาศัยองค์ประกอบภายในเม็ดเลือดแดงที่เรียกว่า ฮีโมโกลบิน (hemoglobin) ระดับฮีโมโกลบินที่ต่ำลงเป็นตัวบ่งชี้ ถึงภาวะซีด

ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียมีอาการซีดเรื้อรัง การนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจึงบกพร่อง การเจริญเติบโตทางร่างกายไม่สมอายุ ตัวเล็ก แคระแกร็น กระดูกเปราะและหักง่าย ตับโต และม้ามโต จึงอาจคลำก้อนได้ที่ชายโครงข้างขวาและซ้ายตามลำดับ ถ้าตับม้ามโตมากจะทำให้ท้องป่อง จนอาจจะต้องตัดม้ามออก นอกจากนี้ผู้ป่วยยังมีภาวะธาตุเหล็กเกิน เนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกและปล่อยธาตุเหล็กออกมา และร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากทางเดินอาหารเพิ่มขึ้นเนื่องจากซีด รวมทั้งได้รับธาตุเหล็กจากการได้รับเลือด ธาตุเหล็กที่เกินจะไปสะสมที่อวัยวะต่างๆ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคปอด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น

การควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมีย
ประเทศไทยมีผู้ป่วยธาลัสซีเมียประมาณร้อยละ 1 ของประชากรทั้งประเทศ โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียประมาณ 5 แสนคน และเกิดใหม่อีกประมาณปีละหนึ่งหมื่นคน ทั้งนี้เนื่องจากโรคธาลัสซีเมียถ่ายทอดทางพันธุกรรม และประเทศไทยมีผู้เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียประมาณ 16-18 ล้านคนเป็นอย่างน้อย ผู้ป่วยจะได้รับยีนธาลัสซีเมียจากทั้งพ่อและแม่ที่เป็นพาหะของโรค โดยที่พ่อและแม่ไม่มีอาการแสดงที่ผิดปกติให้เห็น

การป้องกันควบคุมโรคธาลัสซีเมียให้ได้ผล ต้องประกอบด้วยการรักษาผู้ป่วยที่มีอยู่ให้ดีที่สุด และลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียจึงเป็นแนวทางสำคัญเพื่อให้ ประชาชนตระหนักว่า โรคธาลัสซีเมียเป็นสิ่งใกล้ตัว ครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ป่วยควรจะมาพบแพทย์เพื่อขอรับคำอธิบายและตรวจ เลือด

ปัจจุบันมีวิธีการตรวจเลือดให้ทราบว่าผู้ใดเป็นโรคหรือเป็นพาหะของโรคธาลัส ซีเมีย และสามารถตรวจได้จนถึงระดับของยีนที่ผิดปกติ ผู้ที่เป็นพาหะหรือมียีนธาลัสซีเมียแฝงอยู่ควรจะหลีกเลี่ยงการมีบุตรกับผู้ ที่เป็นพาหะชนิดเดียวกัน การที่คนไทยประมาณร้อยละ 30-40 เป็นพาหะของธาลัสซีเมีย หมายความว่า ประเทศไทยมีคนเกือบครึ่งประเทศมีพันธุกรรมผิดปกติของธาลัสซีเมียแฝงอยู่ และผู้ที่เป็นพาหะเหล่านี้ไม่มีอาการจึงอาจแต่งงานกัน โดยไม่ทราบว่าตนเองมียีนธาลัสซีเมียแฝงอยู่ ผู้ที่จะสมรสจึงควรจะพาคู่ของตนมาตรวจเลือดก่อนที่จะแต่งงานเพื่อประโยชน์ใน การวางแผนครอบครัวสำหรับอนาคต

ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นระบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย จึงทำให้ในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยสามารถควบคุมการเกิดใหม่ของผู้เป็นโรคธาลัสซีเมียที่มีอาการรุนแรง ลงมาได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง โดยกระบวนการตรวจคู่เสี่ยงต่อการเป็นโรคธาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์

ความสำเร็จดังกล่าวข้างต้นเป็นผลงานร่วมกันของหลายฝ่าย โดยเฉพาะนักวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างๆ ช่วยกันคิดค้นเทคนิคในการตรวจวิเคราะห์วินิจฉัยโรคที่แม่นยำ ตั้งแต่ระดับเซลล์ลงไปจนถึงระดับยีน (ดีเอ็นเอ) และมีการนำความรู้ดังกล่าวไปถ่ายทอดให้กับหน่วยงานบริการของกระทรวงสาธารณ สุข การสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ช่วยให้งานวิจัยดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลตามที่กล่าวมา และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2550 ให้มีการรับรองและสนับสนุน ?แผนงานธาลัสซีเมียแห่งชาติ? ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ได้นำเสนอเพื่อ ให้ทางรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณสนับสนุนแผนงานดังกล่าว

จึงเป็นที่คาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้ป่วยธาลัสซีเมียจะได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถควบคุมป้องกันโรคธาลัสซีเมีย จนไม่มีผู้ป่วยธาลัสซีเมียที่มีอาการรุนแรงเกิดขึ้นในประเทศอีกต่อไป
   Thal    อาทิตย์ 05 เม.ย. 2009 9:59 pm
เมื่อ 2 เราจะสร้างครอบครัวตรวจหาธาลัสซีเมียสักทีดีมั้ย
ผศ.นพ.นพดล ศิริธนารัตนกุล
สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์

รู้จักโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย
เป็นโรคโลหิตจางที่มีเม็ดเลือดแดงผิดปกติ และแตกง่าย สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม เกิดจากการที่ร่างกายสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นสารสีแดงในเม็ดเลือดแดงลดน้อยลง ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะเลือดจางเรื้อรัง และสภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น นิ่วในถุงน้ำดี การเจริญเติบโตน้อย มีภาวะเหล็กเกิน การทำงานของหัวใจและตับผิดปกติ เบาหวาน

ผู้ป่วยโรคนี้มีอาการเรื้อรังมาตั้งแต่เด็ก และรักษาไม่หายขาด ยกเว้นแต่ว่าจะได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก หรือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก คนทั่วไปมีโอกาสที่จะเป็นพาหะของธาลัสซีเมียได้สูงถึงร้อยละ 30 ? 40

ตรวจหาธาลัสซีเมียก่อนแต่งงานดีอย่างไร
ผู้ป่วยที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย จะต้องได้รับยีนธาลัสซีเมียจากทั้งบิดาและมารดา ซึ่งทั้งคู่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย ดังนั้นการตรวจหาธาลัสซีเมียก่อนแต่งงาน จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ทำให้แพทย์จะทราบว่าคู่สมรสนั้น มีความเสี่ยงที่จะมีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ และจะมีทางเลือกอย่างไรบ้างในการมีบุตร ในบางกรณีแพทย์จะแนะนำให้คู่สมรสตรวจเลือดอย่างละเอียดเพิ่มเติมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อน ต้องใช้เวลาพอสมควร ทำให้มีเวลาที่จะตรวจโดยละเอียด สามารถบอกได้ชัดเจนว่าธาลัสซีเมียชนิดใด มีโอกาสความเสี่ยงมากน้อยเท่าใด บางครั้งสามารถทำนายความรุนแรงของโรคธาลัสซีเมียที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย

ชายหรือหญิงที่เป็นพาหะ
ผู้ที่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง คือ ผู้ที่มียีนของธาลัสซีเมียเพียงยีนเดียวอยู่คู่กับยีนปกติ ซึ่งยีนปกตินั้นเป็นลักษณะเด่นกว่า จึงทำให้คู่สมรสที่เป็นพาหะของโรคนี้ไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องอาศัยการตรวจเลือดโดยวิธีพิเศษจึงจะบอกได้ การที่เป็นพาหะนี้จะสามารถถ่ายทอดยีนปกติ หรือยีนที่เป็นธาลัสซีเมียไปให้แก่ลูกได้

แพทย์จะตรวจอะไร อย่างไรบ้าง
การตรวจโดยทั่วไปเราอาจแบ่งการตรวจเลือดออกได้เป็น 3 วิธี เพื่อดูว่าเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย ทำได้โดยเจาะเลือดตรวจ ซึ่งใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อย 2-3 ซีซี
1. การตรวจคัดกรอง (Screening test) เป็นวิธีที่นิยมใช้ในโรงพยาบาลทั่ว ๆ ไป เสียค่าใช้จ่ายน้อย มีความไวสูงในการตรวจภาวะที่เป็นพาหะของธาลัสซีเมีย แต่ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นพาหะของธาลัสซีเมียชนิดใด มีข้อดีคือ มีขั้นตอนในการตรวจทางห้องปฏิบัติการน้อย การแปลผลง่าย ราคาถูก ถ้าผู้ได้รับการตรวจคัดกรอง มีผลบวก ก็ต้องตรวจยืนยันในข้อ 2 เพื่อหาว่าเป็นพาหะของธาลัสซีเมียชนิดใด
2. การตรวจชนิดของฮีโมโกลบิน (Hemoglobin typing) เป็นการตรวจเพื่อหาชนิดต่าง ๆ ของฮีโมโกลบิน สามารถทำได้ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และโรงเรียนแพทย์ วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการตรวจคัดกรอง แต่มีข้อดีกว่า เพราะสามารถแยกได้ว่าเป็นธาลัสซีเมียชนิดใด อย่างไรก็ตาม ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการแปลผล และมีข้อจำกัดในบางรายที่มียีนธาลัสซีเมีย 2 ชนิดแฝงอยู่
3. การตรวจดี เอ็นเอ (DNA analysis) เป็นการตรวจเลือดที่ในปัจจุบันทำได้เฉพาะในโรงเรียนแพทย์ เพราะต้องอาศัยห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่มีเครื่องมือ และความชำนาญในการตรวจดีเอ็นเอ เป็นวิธีที่มีความแม่นยำและดีที่สุดในปัจจุบัน แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการตรวจชนิดของฮีโมโกลบิน

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปตรวจ
การ ตรวจเลือดเพื่อหาพาหะธาลัสซีเมียนั้นเป็นการตรวจที่สะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรอง การตรวจชนิดของฮีโมโกลบิน และการตรวจดีเอ็นเอนั้น ไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมการพิเศษแต่อย่างใดทั้งสิ้น ผู้ที่ไปรับการตรวจเลือดไม่จำเป็นต้องงดน้ำ หรืออาหาร สามารถเจาะเลือดตรวจได้ทันที โดยใช้เลือดปริมาณน้อยเพียง 2-3 ซีซี เท่านั้นเอง

เมื่อตรวจพบควรปฏิบัติตนอย่างไร
ผู้ที่ผลการตรวจเลือดบ่งชี้ว่าเป็นพาหะของธาลัสซีเมียจะมีสุขภาพร่างกายแข็ง แรงเช่นเดียวกับคนปกติ ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาใดๆ ที่สำคัญ ควรแนะนำให้พี่น้อง หรือญาติในครอบครัวเดียวกัน ไปรับการตรวจเลือดว่าเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียด้วยหรือไม่ เพราะมีโอกาสที่จะมียีนธาลัสซีเมียอยู่ด้วยมากกว่าคนทั่วไป
สำหรับ ผู้ที่ผลการตรวจเลือดบ่งชี้ว่าเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรคที่เป็น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ และการรักษาตัว มีข้อแนะนำโดยทั่ว ๆ ไป คือ ดูแลรักษาสุขภาพโดยทั่วไป ออกกำลังกายเท่าที่จะกระทำได้ ไม่เหนื่อยมากจนเกินไป งดการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ไม่ควรไปซื้อยาบำรุงเลือดมากินเอง เพราะอาจเป็นยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กผสมอยู่ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยรักษาเรื่องซีดให้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นอันตรายแก่ร่างกายได้อีกด้วยครับ
   Thal    อาทิตย์ 05 เม.ย. 2009 10:17 pm
การตรวจวินิจฉัยธาลัสซีเมียในทารกในครรภ์
การตรวจวินิฉัยทารกในครรภ์
ตัวอย่างที่ใช้ตรวจ ได้แก่
1. ชิ้นเนื้อรก (chorionic villus sample, CVS) การเก็บต้องเก็บอย่างไร้เชื้อ ใส่น้ำยารักษาสภาพมีชีวิตของเซลล์ อาจเป็นน้ำยาเพาะเลี้ยงเซลล์หรือถ้าจำเป็นก็อาจใช้น้ำเกลือแทน เก็บชิ้นรกให้ได้อย่างน้อย 5 มิลลิกรัม (5-10 กิ่ง) อายุครรภ์ที่เก็บประมาณ 8-12 สัปดาห์ การเจาะเก็บครั้งหนึ่งๆ แพทย์สามารถเก็บได้ 5-50 มิลลิกรัมเก็บใส่ขวดสะอาดไร้เชื้อ มีฝาเกลียวปิดมิดชิด ปิดฉลากชื่อผู้ป่วย อายุครรภ์ และวันที่เก็บ ส่งถึงห้องปฏิบัติการโดยเร็ว ถ้าส่งจากทางไกลให้แช่น้ำแข็ง
2. เซลล์น้ำคร่ำ (amniotic fluid, AF) ปริมาตรที่ใช้ประมาณ 10-20 มิลลิลิตร แพทย์สามารถเจาะเก็บได้ ในช่วงอายุครรภ์ 14-18 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ครรภ์มีน้ำคร่ำและเซลล์มากพอ เก็บใส่ขวดสะอาดไร้เชื้อ ปิดฝาเกลียวให้มิดชิด ไม่ต้องใส่สารรักษาสภาพใดๆอีก ปิดฉลากชื่อผู้ป่วย อายุครรภ์ และวันที่เจาะเก็บ ส่งถึงห้องปฏิบัติการโดยเร็วที่อุณหภูมิห้อง หรือถ้าส่งจากทางไกลให้แช่น้ำแข็ง
3. เลือดจากสายสะดือทารก (fetal blood, FB) เก็บเหมือนเก็บเลือดที่เจาะจากต้นแขน

การส่งตัวอย่างตรวจ
ก่อนเจาะเก็บตัวอย่างจากทารก พ่อและแม่ต้องได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ที่เสี่ยงต่อโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่กล่าวแล้ว และทราบผลการตรวจดีเอ็นเอแน่นอนแล้ว และ ตัวอย่างแต่ละรายต้องส่งพร้อมใบส่งตรวจ ซึ่งระบุชื่อผู้ป่วย หมายเลขผู้ป่วย ที่อยู่ ประวัติทางคลินิคที่เกี่ยวข้อง เชิ้อชาติ อายุครรภ์ ชนิดตัวอย่าง วันที่นัดผู้ป่วยฟังผล ชื่อและที่อยู่ของแพทย์ผู้ส่ง หมายเลขโทรศัพท์หรือโทรสารที่ติดต่อได้

ในกรณีที่ผลตรวจทารกในครรภ์เป็นผลผิดปรกติ ที่เกิดผลรุนแรง ซึ่งพ่อแม่ได้พิจารณาตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ แพทย์ต้องทำการส่งตัวอย่างชิ้นรก หรือชิ้นเนื้อทารกที่แท้งให้ห้องปฏิบัติการตรวจยืนยันอีกครั้ง เพื่อเป็นการตรวจคุณภาพการตรวจของห้องปฏิบัติการ ในกรณีที่ตรวจวินิจฉัยพบว่าทารกในครรภ์ไม่เป็นโรค เมื่อทารกคลอดก็ควรได้ตรวจยืนยันผลจากเลือดสายสะดือ

เงื่อนไขสำคัญที่ควรทราบในการพิจารณาส่งตรวจธาลัสซีเมียทารกในครรภ์

1. จะทำเฉพาะกรณีที่ทั้งพ่อและแม่มียีนผิดปรกติ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของพาหะ (trait หรือ carrier) โดยอาจทราบจากประวัติที่เคยมีลูกเป็นโรคมาก่อนหรือจากการตรวจหาพาหะโดยการตรวจเลือด หาดัชนีของเม็ดเลือดแดง และลักษณะผิดปรกติของฮีโมโกลบิน
2. จะตรวจธาลัสซีเมียในทารกในครรภ์ได้ จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยและทราบชนิดของความผิดปรกติระดับดีเอ็นเอ (mutation) ในพ่อและแม่ก่อนเสมอ เนื่องจากความผิดปรกติระดับดีเอ็นเอในธาลัสซีเมียมีหลายชนิด และ ชนิดของความผิดปรกติในต่างครอบครัวอาจแตกต่างกัน การตรวจดีเอ็นเอทารกในครรภ์ จะตรวจโดยดูจากผลของพ่อแม่เป็นเกณฑ์ ซึ่งจะทำให้ผลตรวจมีความถูกต้องแม่นยำ และที่สำคัญทำให้ทราบผลเร็ว ก่อนที่ทารกจะโตเกินไป ถ้าจำเป็นต้องพิจารณายุติการตั้งครรภ์จะทำได้ปลอดภัยกว่า
3. จะตรวจธาลัสซีเมียในทารกในครรภ์เฉพาะในคู่สามีภรรยาที่มีโอกาสมีลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงต่อไปนี้เท่านั้น

โรคทารกบวมน้ำชนิดมีฮีโมโกลบินบาร์ทส์
บีตาธาลัสซีเมียเมเจอร์
บีตาธาลัสซีเมียกับฮีโมโกลบินอี

ข้อควรระวัง ในการตรวจและวิเคราะห์ผลตรวจธาลัสซีเมีย
1. ในครอบครัวที่มีประวัติว่าลูกเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย แต่ผลตรวจให้ผลปรกติหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นเป็นพาหะ กรณีนี้อาจเกิดได้จากการที่พ่อแม่เป็นพาหะแบบแฝงเงียบ (silent thalassemia trait) ซึ่งให้ผลปรกติในการตรวจกรองได้
2. พิจารณายุติการตั้งครรภ์ให้เฉพาะในกรณีที่ทารกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงเท่านั้น ซึ่งได้แก่ แอลฟาธาลัสซีเมียชนิด Hb Bart's hydrops fetalis, b-thalassemia major และ b-thal/HbE disease
3. ระวังการปนเปื้อนเซลล์แม่ หากมีการปนเปื้อนจะเกิดปัญหาขึ้นเมื่อผลตรวจที่ได้เหมือนกับผลตรวจของแม่ ทำให้สับสนไม่แน่ใจว่าเป็นผลตรวจของลูกหรือของแม่
4. การตรวจหาชนิดของความผิดปรกติด้วยตัวตรวจจับ (probe) ที่มีอยู่ บางครั้งอาจตรวจไม่พบความผิดปรกติได้ (unknown mutation) จึงต้องตรวจหาลำดับเบสของดีเอ็นเอ หรือพัฒนาวิธีการตรวจใหม่ขึ้นมา ทำให้ใช้เวลามาก อาจนานเป็นเดือน
5. ควรให้คำแนะนำในการปฏิบัติหลังเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากทารก เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง
6. ผู้ที่เป็นพาหะบีตาธาลัสซีเมีย อาจเป็นพาหะแอลฟาธาลัสซีเมียด้วย ต้องระวังในการตรวจและการแปลผล
   Umi Kanaka    ศุกร์ 25 ธ.ค. 2009 9:26 pm
โรคธาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์ - โรคธาลัสซีเมีย สามารถมีบุตรได้หรือไม่
   Roxane    จันทร์ 19 ก.ย. 2011 10:44 am
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นี้นะคะ

เพราะดิฉันเป็นพาหะธาลัสซีเมียน่ะค่ะ
5 โพสต์ หน้า 1 จากทั้งหมด 1
โรคธาลัสซีเมียป้องกันได้ • LAB Instrument Hematology Analyzer WBC Differential Counter Heat Block Incubator DryBath DiffCount Genius Count ThermoBlock
สุขภาพดี.com ครีมหน้าขาว สุขภาพดีดอทคอม ครีมรักษาฝ้า เจลแต้มสิว ดีที่สุด เว็บบอร์สุขภาพและความงาม
Premacos Aloe Vera Plus เจลว่านหางจระเข้ ยี่ห้อไหนดีที่สุด พรีม่าคอส อโลเวร่าพลัส